คู่รักนั่งวางแผนบนโซฟา ข้อความ เตรียมตั้งครรภ์ ควรกิน – ห้ามกินอะไร พร้อมภาพผู้เขียน ปิยะดา อาจประจัญ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
คู่รักนั่งวางแผนบนโซฟา ข้อความ เตรียมตั้งครรภ์ ควรกิน – ห้ามกินอะไร พร้อมภาพผู้เขียน ปิยะดา อาจประจัญ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

เตรียมตั้งครรภ์ควรกินอะไร ห้ามกินอะไร? คู่มือโภชนาการสำหรับผู้ที่วางแผนจะมีลูก

เตรียมตั้งครรภ์กินอะไรดี? – ผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องมองหา “อาหารบำรุงไข่” หรือรับประทานอาหารเสริมหลายชนิด แต่ควรเริ่มจากการรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยสิ่งสำคัญที่ควรเตรียมก่อนตั้งครรภ์ คือ การรับประทานกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน อย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเริ่มวางแผนมีลูก[1] และหลักฐานทางวิชาการในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาหารหรือสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้อย่างชัดเจน[2] นอกจากนี้ หญิงที่กำลังเตรียมตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทบทวนยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมที่ใช้อยู่เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยก่อนตั้งครรภ์[3]

ชามอาหารครบหมู่ มีปลาแซลมอน ถั่วลูกไก่ บรอกโคลี ผักใบเขียว อะโวคาโด และมะเขือเทศ วางคู่กล่องนมโคแท้ 100%
ชามอาหารครบหมู่ มีปลาแซลมอน ถั่วลูกไก่ บรอกโคลี ผักใบเขียว อะโวคาโด และมะเขือเทศ วางคู่กล่องนมโคแท้ 100%

เตรียมตั้งครรภ์กินอะไรดี?

หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ควรเริ่มจากการกินอาหารให้หลากหลาย ครบหมู่ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอาหารสูตรพิเศษหรืออาหารเสริมที่โฆษณาว่าช่วยบำรุงไข่ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่เพียงพอว่า การกินอาหารมังสวิรัติ อาหารไขมันต่ำ หรือการเสริมสารต้านอนุมูลอิสระและสมุนไพร สามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในผู้หญิงที่ไม่มีความผิดปกติของการตกไข่ได้อย่างชัดเจน[2] ดังนั้นหญิงเตรียมตั้งครรภ์ควรให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างเพียงพอ สามารถเลือกอาหารได้ 6 กลุ่มดังนี้

6 กลุ่มอาหารที่ควรกินเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์

  1. ข้าว แป้ง และธัญพืช ควรเลือกข้าว ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง และข้าวโอ๊ต[4]
  2. ผัก ควรรับประทานผักให้หลากหลายสีแตกต่างกัน ได้แก่
    • ผักสีเขียวเข้ม เช่น ผักโขม บรอกโคลี และคะน้า
    • ผักสีแดงและสีส้ม เช่น มะเขือเทศ แครอท และฟักทอง[4]
    • กลุ่มถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ และถั่วลันเตา[4]
    • ผักที่มีแป้ง เช่น มันฝรั่ง และข้าวโพด[4]
    สามารถเลือกเป็นผักสดหรือแช่แข็งได้ แต่ควรเลือกแบบที่ไม่เติมซอสหรือเกลือ[4]
  3. ผลไม้ รับประทานได้ทั้งผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้อบแห้ง ผลไม้กระป๋องหรือน้ำผลไม้ 100%[4] นักกำหนดอาหารแนะนำกลุ่มผลไม้สด หวานน้อยเป็นหลัก เนื่องจากมีน้ำตาลต่ำและใยอาหารสูง เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร ชมพู่ แอปเปิ้ล สาลี่ เป็นต้น
  4. นมและผลิตภัณฑ์จากนม เลือกเป็นนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมโคสดแท้ 100% ซึ่งเป็นแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่มีแคลเซียมธรรมชาติสูง สามารถดูดซึมได้ดี ในแต่ละวันควรได้รับแคลเซียม 800 มิลลิกรัม[14] หากมีน้ำหนักเกินแนะนำเลือกนมและผลิตภัณฑ์จากนมโค 100 % แบบพร่องหรือขาดมันเนย[4] แนะนำอ่านฉลากเพื่อดูปริมาณแคลเซียมในนมก่อนซื้อเพราะแต่ละกล่องมีปริมาณแคลเซียมแตกต่างกัน
  5. โปรตีน เลือกโปรตีนที่มีไขมันต่ำหรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและเนื้อสัตว์ปีกที่ไม่ติดหนัง ปลา ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ถั่วลันเตา ถั่วเมล็ดแห้งชนิดต่าง ๆ[4] ควรปรุงด้วยวิธี ต้ม อบ นึ่ง ย่างแทนการทอดเพื่อช่วยลดพลังงานและไขมันเกินความจำเป็น
  6. กลุ่มน้ำมันและไขมัน เลือกไขมันดีเป็นหลัก เช่น น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็ง ไขมันจากปลา มะกอกและน้ำมันมะกอก อะโวคาโด ทานในปริมาณที่เหมาะสม[4]
อินโฟกราฟิก เตรียมตั้งครรภ์ ควรกิน–ห้ามกินอะไร? ควรกิน: ข้าว แป้งและธัญพืช ผัก ผลไม้ นม (นมโคสดแท้ 100% รสจืด มีแคลเซียมธรรมชาติสูง) โปรตีน กลุ่มน้ำมันและไขมัน · จำกัด: คาเฟอีนไม่เกิน 200 มก./วัน ทุเรียนไม่เกิน 2 เม็ด/วัน น้ำมะพร้าวไม่เกิน 1 ลูก/วัน · เลี่ยง: แอลกอฮอล์ ปลาปรอทสูง วิตามินเอขนาดสูง อาหารดิบ · โฟลิก 400 ไมโครกรัม/วัน เริ่มอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์
อินโฟกราฟิก เตรียมตั้งครรภ์ ควรกิน–ห้ามกินอะไร? ควรกิน: ข้าว แป้งและธัญพืช ผัก ผลไม้ นม (นมโคสดแท้ 100% รสจืด มีแคลเซียมธรรมชาติสูง) โปรตีน กลุ่มน้ำมันและไขมัน · จำกัด: คาเฟอีนไม่เกิน 200 มก./วัน ทุเรียนไม่เกิน 2 เม็ด/วัน น้ำมะพร้าวไม่เกิน 1 ลูก/วัน · เลี่ยง: แอลกอฮอล์ ปลาปรอทสูง วิตามินเอขนาดสูง อาหารดิบ · โฟลิก 400 ไมโครกรัม/วัน เริ่มอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์

หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรกินปลาอะไร และควรกินเท่าไหร่?

หญิงเตรียมตั้งครรภ์ ควรเลือกทานปลาที่มีปรอทต่ำ 2–3 มื้อต่อสัปดาห์ รวมประมาณ 225–340 กรัมต่อสัปดาห์ FDA/EPA แนะนำให้เลือกกินปลาดุก ปลาแซลมอน ปลาแอนโชวี ปลาซาร์ดีน ปลาเทราต์ ปลานิล ฯลฯ เนื่องจากปลาเป็นแหล่งของโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะ DHA และ EPA รวมถึงวิตามินดี ธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี และโคลีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของแม่และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์[5] ดังนั้นหญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรเลือกทานปลาตามคำแนะนำ และทานร่วมกับอาหารอื่นๆให้หลากหลาย โดยเมนูปลาควรเลือกเป็นปลานึ่ง อบ ย่าง แทนปลาทอด

หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องคุมน้ำหนักไหม?

หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม เพราะหากมีน้ำหนักเกินหรือต่ำกว่าเกณฑ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ ในหญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินจะเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง และการคลอดก่อนกำหนด ส่วนในหญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์จะเสี่ยงต่อทารกแรกคลอดจะมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์[3] ดังนั้นหากกำลังเตรียมตั้งครรภ์แนะนำให้เลือกทานอาหารที่ดีกับสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม หมั่นออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมร่วมด้วย

เตรียมตั้งครรภ์กินโฟลิกเท่าไหร่?

ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรได้รับกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน กินอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และควรต่อเนื่องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดของท่อประสาททารก ส่งผลต่อการพัฒนาสมองและไขสันหลังของทารก[1] นอกจากนี้ ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรเลือกกินอาหารที่มีโฟเลตตามธรรมชาติ เช่น ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้ เช่น ส้ม เพื่อให้ร่างกายได้รับโฟเลตควบคู่กับวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม การกินอาหารที่มีโฟเลตตามธรรมชาติไม่สามารถใช้ทดแทนการเสริมกรดโฟลิกตามคำแนะนำได้ หากผู้หญิงมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเสริมกรดโฟลิก เพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล[6]

ช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ห้ามกินอะไร?

ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลาที่มีสารปรอทสูง อาหารเสริมวิตามินเอรูปเรตินอลในปริมาณสูง และอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค มีรายละเอียดดังนี้

1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ช่วงเตรียมมีบุตร เนื่องจากอาจเริ่มตั้งครรภ์แล้วแต่ไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ การงดแอลกอฮอล์ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จึงช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการได้รับแอลกอฮอล์ในช่วงแรกของการพัฒนาทารกได้[1]

2. ปลาที่มีสารปรอทสูง

ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงปลาที่มีสารปรอทสูง เช่น ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบ ปลามาร์ลิน ปลาแมคเคอเรลคิง ปลาออเรนจ์รัฟฟี ปลาไทล์ฟิชจากอ่าวเม็กซิโก และปลาทูน่าตาโต เนื่องจากสารปรอทอาจส่งผลต่อพัฒนาการของระบบประสาททารกในครรภ์[5]

3. อาหารเสริมวิตามินเอรูปเรตินอลในปริมาณสูง

ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรระวังการได้รับวิตามินเอรูปพร้อมใช้ (Preformed Vitamin A) เช่น เรตินอล ในปริมาณสูง โดยเฉพาะจากวิตามินและอาหารเสริม เพราะการได้รับวิตามินเอรูปนี้มากเกินไปในช่วงตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดของทารก พ่อแม่ที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรตรวจสอบส่วนประกอบและปริมาณวิตามินเอบนฉลากก่อนใช้อาหารเสริม หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร[7]

4. อาหารดิบ/ปรุงไม่สุก

ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค อาหารดิบหรือปรุงไม่สุก กึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น เมนูลาบก้อย ซอยจุ๊ดิบ ไข่ดิบ หรืออาหารทะเลดองแบบดิบ เป็นต้น เพราะอาหารดิบหรือปรุงไม่สุกนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ควรเลือกเมนูที่ปรุงสุกอย่างทั่วถึง รวมถึงเลือกดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อทุกครั้ง[8]

เตรียมตั้งครรภ์กินกาแฟ ชาเขียว หรือมัทฉะได้ไหม?

ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์สามารถดื่มกาแฟ ชาเขียว หรือมัทฉะได้ ปริมาณคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน[9] ซึ่งใช้เกณฑ์เดียวกับหญิงตั้งครรภ์[9] ไม่ควรกินคาเฟอีนในปริมาณสูงเกิน 500 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจสัมพันธ์กับโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลง[2] แนะนำให้ควบคุมปริมาณคาเฟอีนให้เหมาะสม โดยนับคาเฟอีนทั้งในกาแฟ ชาเขียว มัทฉะ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มอื่นๆที่มีคาเฟอีน อ่านฉลากทุกครั้งเพื่อดูปริมาณคาเฟอีน จะช่วยให้หญิงเตรียมตั้งครรภ์จำกัดปริมาณคาเฟอีนทั้งวันได้อย่างเหมาะสม

ตารางแสดงปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มที่พบบ่อย[10]

อาหาร/เครื่องดื่มขนาดเสิร์ฟคาเฟอีน/เสิร์ฟ (มิลลิกรัม)
กาแฟดริป (filtered coffee)200 มล.90
กาแฟสำเร็จรูป (instant coffee)200 มล.90
เอสเปรสโซ60 มล.80
กาแฟดีแคฟ200 มล.4
ชาดำ250 มล.55
ชาเขียว250 มล.38
ชาดีแคฟ250 มล.8
โคล่า355 มล.37
เครื่องดื่มชูกำลัง250 มล.80
นมช็อกโกแลตจากผงโกโก้200 มล.34
ดาร์กช็อกโกแลต14 กรัม (2 ชิ้น)7
ช็อกโกแลตนม14 กรัม (2 ชิ้น)2

คอลลาเจนและกลูต้าไธโอนจำเป็นต้องกินก่อนตั้งครรภ์ไหม?

ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ ไม่จำเป็นต้องกินคอลลาเจนหรือกลูต้าไธโอนเสริมเพื่อบำรุงไข่หรือเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่เพียงพอว่าอาหารเสริมทั้งสองชนิดสามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ โดยสมาคม ASRM ระบุว่า ยังมีหลักฐานจำกัดเกี่ยวกับประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระและอาหารเสริมบางชนิดต่อการเพิ่มภาวะเจริญพันธุ์ในผู้หญิงที่ไม่มีความผิดปกติของการตกไข่[2] หากกำลังวางแผนมีลูก แนะนำให้เริ่มจากการกินอาหารให้หลากหลาย สารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มากกว่าการเลือกกินอาหารเสริมเพื่อบำรุงไข่ ส่วนหญิงเตรียมตั้งครรภ์ที่กินคอลลาเจนหรือกลูต้าไธโอนเสริมอยู่ ควรตรวจสอบส่วนประกอบบนฉลาก และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ต่อในช่วงวางแผนตั้งครรภ์[3]

เตรียมตั้งครรภ์กินทุเรียนหรือน้ำมะพร้าวได้ไหม?

หากกำลังเตรียมตั้งครรภ์สามารถกินทุเรียนและดื่มน้ำมะพร้าวได้ในปริมาณที่เหมาะสม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอที่จะบอกว่าการกินทุเรียนหรือดื่มน้ำมะพร้าวในปริมาณปกติช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์หรือทำให้มีบุตรยาก[2] สำหรับทุเรียน ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรกินไม่เกินวันละ 2 เม็ดขนาดกลาง[11] ส่วนน้ำมะพร้าวควรเลือกดื่มน้ำมะพร้าวที่ไม่เติมน้ำตาลในปริมาณไม่เกิน 1 ลูก หรือประมาณ 200–300 มิลลิลิตรต่อวัน[12]

ปิยะดา อาจประจัญ ผู้เขียนบทความ

ปิยะดา อาจประจัญ

เขียนโดย:

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
(Registered Dietitian; RD)

ปิยะดา อาจประจัญ ผู้เขียนบทความ

ปิยะดา อาจประจัญ

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
(Registered Dietitian; RD)

ปิยะดา อาจประจัญ ผู้เขียนบทความ
เขียนโดย:

ปิยะดา อาจประจัญ

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
(Registered Dietitian; RD)

เอกสารอ้างอิง

  1. Centers for Disease Control and Prevention. Planning for Pregnancy [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.cdc.gov/pregnancy/about/index.html
  2. Practice Committee of the American Society for Reproductive Medicine. Optimizing natural fertility: a committee opinion. Fertil Steril. 2022;117(1):53-63. Available from: https://www.asrm.org/practice-guidance/practice-committee-documents/optimizing-natural-fertility-a-committee-opinion-2021/
  3. American College of Obstetricians and Gynecologists. Prepregnancy Counseling. Committee Opinion No. 762 [Internet]. Washington (DC): ACOG; 2019 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/committee-opinion/articles/2019/01/prepregnancy-counseling
  4. Stanford Medicine Children’s Health. Nutrition before pregnancy [Internet]. Stanford (CA): Stanford Medicine Children’s Health; [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.stanfordchildrens.org/en/topic/default?id=nutrition-before-pregnancy-90-P02479
  5. U.S. Food and Drug Administration. Questions & Answers from the FDA/EPA Advice about Eating Fish for Those Who Might Become or Are Pregnant or Breastfeeding and Children Ages 1 to 11 Years [Internet]. Silver Spring (MD): FDA [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.fda.gov/food/consumers/questions-answers-fdaepa-advice-about-eating-fish-those-who-might-become-or-are-pregnant-or
  6. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About folic acid [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 Sep 18 [cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.cdc.gov/folic-acid/about/index.html
  7. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Dietary Supplements and Life Stages: Pregnancy—Health Professional Fact Sheet [Internet]. Bethesda (MD): NIH [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://ods.od.nih.gov/factsheets/Pregnancy-HealthProfessional/
  8. Centers for Disease Control and Prevention. Safer Food Choices for Pregnant Women [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2025 Jan 31 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.cdc.gov/food-safety/foods/pregnant-women.html
  9. American College of Obstetricians and Gynecologists. Moderate Caffeine Consumption During Pregnancy. Committee Opinion No. 462 [Internet]. Washington (DC): ACOG; 2010 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/committee-opinion/articles/2010/08/moderate-caffeine-consumption-during-pregnancy
  10. European Food Information Council (EUFIC). Caffeine levels in different foods and drinks [Internet]. Brussels: EUFIC; 2024 Jul 31 [cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.eufic.org/en/?ACT=115&path=global%2Fpdf%2Fcaffeine-levels-in-different-foods-and-drinks&size=Letter&orientation=portrait&key=&attachment=1&compress=1&filename=caffeine-levels-in-different-foods-and-drinks.pdf&default_font=
  11. กรมอนามัย. กรมอนามัย เผย ทุเรียนให้พลังงานสูง ย้ำควรกินไม่เกิน 2 เม็ดต่อวัน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2564 พ.ค. [เข้าถึงเมื่อ 2569 ต.ค. 8]. เข้าถึงได้จาก: https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/130564/
  12. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยน้ำมะพร้าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์; 2564 เม.ย. 4 [เข้าถึงเมื่อ 15 ต.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmsc.moph.go.th/th/detailAll/1698/nw/25
  13. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Folic acid: sources and recommended intake [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 Jul 15 [cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.cdc.gov/folic-acid/about/intake-and-sources.html
  14. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ.วี. โปรเกรสซีฟ; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 15 ต.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://nutrition2.anamai.moph.go.th/web-upload/6x22caac0452648c8dd1f534819ba2f16c/202101/m_news/9457/176096/file_download/a72848fb8557732574f6afd877a0a0a3.pdf

คำถามที่พบบ่อย

ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์สามารถกินวิตามินรวมแทนการเสริมกรดโฟลิกแยกได้ หากวิตามินรวมนั้นมี กรดโฟลิก (Folic Acid) อย่างน้อย 400 ไมโครกรัมต่อวัน ควรตรวจสอบฉลากเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับกรดโฟลิกเพียงพอ และไม่มีวิตามินหรือแร่ธาตุชนิดอื่นในปริมาณสูงเกินความจำเป็น โดยเฉพาะวิตามินเอรูปพร้อมใช้ (Preformed Vitamin A) ซึ่งหากได้รับมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดของทารกได้[13]
หากคุณแม่เผลอดื่มกาแฟก่อนรู้ว่าตั้งครรภ์ ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป เพราะหญิงตั้งครรภ์สามารถดื่มกาแฟได้ โดยปริมาณคาเฟอีนไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน [9] เทียบกับการดื่มกาแฟดริป 2 แก้ว(400 มิลลิลิตร) ต่อวันจะได้คาเฟอีน 180 มิลลิกรัม [10] ทั้งนี้หญิงตั้งครรภ์ต้องนับคาเฟอีนในกาแฟร่วมกับอาหารอื่นๆที่มีคาเฟอีนด้วย เช่น ชาเขียว มัทฉะ ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แนะนำตรวจสอบฉลากโภชนาการหรือจดบันทึกปริมาณคาเฟอีนที่กินเข้าไปในแต่ละวัน จะทำให้ได้รับคาเฟอีนในปริมาณเหมาะสมและปลอดภัย
ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรได้รับแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวันตามปริมาณสารอาหารอ้างอิงสำหรับคนไทย[14] การดื่มนมเป็นประจำทุกวันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่า ร่างกายจะได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ ควรเลือกดื่มเป็นนมโคสดแท้ 100% ซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมธรรมชาติที่ดีที่สุด การได้รับแคลเซียมเพียงพอในแต่ละวันจะช่วยคงภาวะสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย[14] หากผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์มีน้ำหนักเกินให้เลือกเป็นนมโคสดแท้ 100% แบบพร่องหรือขาดมันเนย เพื่อลดปริมาณพลังงานและไขมันที่อยู่ในนม ช่วยส่งเสริมการลดน้ำหนักสำหรับหญิงเตรียมตั้งครรภ์ได้
หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์สามารถกินอาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติได้ แต่ควรกินอาหารให้หลากหลายและได้รับสารอาหารเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในช่วงเตรียมตั้งครรภ์ หากหญิงเตรียมตั้งครรภ์ที่ไม่กินเนื้อสัตว์อาจจะเสี่ยงขาดสารอาหารประเภท โปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 12 ไอโอดีน และกรดไขมันโอเมก้า 3 ดังนั้นแนะนำควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารเพื่อวางแผนการเสริมวิตามินและออกแบบการกินให้เหมาะสม[3]

นมโฟรโมสต์ รสจืด

นมโฟร์โมสรสจืด ผลิตจากนมโคสดแท้ 100%

ผลิตจากนมโคสดแท้ 100%

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม

Share

สะสมยอดซื้อ เพิ่มระดับสมาชิก รับส่วนลดเพิ่มเติมพิเศษแบบจัดเต็ม

สมาชิกสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ที่หน้าชำระเงิน เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป

240 ออเดอร์แรก เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,190.- รับฟรี! โอเมก้า สมาร์ท นักประดิษฐ์ มูลค่า 299.-
130 ออเดอร์แรก เมื่อซื้อสินค้าครบ 3,190.- รับฟรี! โอเมก้า รถขาไถสุดน่ารัก มูลค่า 890.-
เฉพาะวันที่ 16 - 31 ต.ค. 69 เท่านั้น

กดใส่ตะกร้าเลย! รับส่วนลดทันที 20 บาทต่อลัง สำหรับโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 รสจืด ขนาด 180 มล.