คุณประโยชน์ของนม
เตรียมตั้งครรภ์ควรกินอะไร ห้ามกินอะไร? คู่มือโภชนาการสำหรับผู้ที่วางแผนจะมีลูก
เตรียมตั้งครรภ์กินอะไรดี? – ผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องมองหา “อาหารบำรุงไข่” หรือรับประทานอาหารเสริมหลายชนิด แต่ควรเริ่มจากการรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยสิ่งสำคัญที่ควรเตรียมก่อนตั้งครรภ์ คือ การรับประทานกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน อย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเริ่มวางแผนมีลูก[1] และหลักฐานทางวิชาการในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาหารหรือสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้อย่างชัดเจน[2] นอกจากนี้ หญิงที่กำลังเตรียมตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทบทวนยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมที่ใช้อยู่เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยก่อนตั้งครรภ์[3]
เตรียมตั้งครรภ์กินอะไรดี?
หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ควรเริ่มจากการกินอาหารให้หลากหลาย ครบหมู่ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอาหารสูตรพิเศษหรืออาหารเสริมที่โฆษณาว่าช่วยบำรุงไข่ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่เพียงพอว่า การกินอาหารมังสวิรัติ อาหารไขมันต่ำ หรือการเสริมสารต้านอนุมูลอิสระและสมุนไพร สามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในผู้หญิงที่ไม่มีความผิดปกติของการตกไข่ได้อย่างชัดเจน[2] ดังนั้นหญิงเตรียมตั้งครรภ์ควรให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างเพียงพอ สามารถเลือกอาหารได้ 6 กลุ่มดังนี้
6 กลุ่มอาหารที่ควรกินเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์
- ข้าว แป้ง และธัญพืช ควรเลือกข้าว ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง และข้าวโอ๊ต[4]
- ผัก ควรรับประทานผักให้หลากหลายสีแตกต่างกัน ได้แก่
- ผักสีเขียวเข้ม เช่น ผักโขม บรอกโคลี และคะน้า
- ผักสีแดงและสีส้ม เช่น มะเขือเทศ แครอท และฟักทอง[4]
- กลุ่มถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ และถั่วลันเตา[4]
- ผักที่มีแป้ง เช่น มันฝรั่ง และข้าวโพด[4]
- ผลไม้ รับประทานได้ทั้งผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้อบแห้ง ผลไม้กระป๋องหรือน้ำผลไม้ 100%[4] นักกำหนดอาหารแนะนำกลุ่มผลไม้สด หวานน้อยเป็นหลัก เนื่องจากมีน้ำตาลต่ำและใยอาหารสูง เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร ชมพู่ แอปเปิ้ล สาลี่ เป็นต้น
- นมและผลิตภัณฑ์จากนม เลือกเป็นนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมโคสดแท้ 100% ซึ่งเป็นแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่มีแคลเซียมธรรมชาติสูง สามารถดูดซึมได้ดี ในแต่ละวันควรได้รับแคลเซียม 800 มิลลิกรัม[14] หากมีน้ำหนักเกินแนะนำเลือกนมและผลิตภัณฑ์จากนมโค 100 % แบบพร่องหรือขาดมันเนย[4] แนะนำอ่านฉลากเพื่อดูปริมาณแคลเซียมในนมก่อนซื้อเพราะแต่ละกล่องมีปริมาณแคลเซียมแตกต่างกัน
- โปรตีน เลือกโปรตีนที่มีไขมันต่ำหรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและเนื้อสัตว์ปีกที่ไม่ติดหนัง ปลา ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ถั่วลันเตา ถั่วเมล็ดแห้งชนิดต่าง ๆ[4] ควรปรุงด้วยวิธี ต้ม อบ นึ่ง ย่างแทนการทอดเพื่อช่วยลดพลังงานและไขมันเกินความจำเป็น
- กลุ่มน้ำมันและไขมัน เลือกไขมันดีเป็นหลัก เช่น น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็ง ไขมันจากปลา มะกอกและน้ำมันมะกอก อะโวคาโด ทานในปริมาณที่เหมาะสม[4]
หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรกินปลาอะไร และควรกินเท่าไหร่?
หญิงเตรียมตั้งครรภ์ ควรเลือกทานปลาที่มีปรอทต่ำ 2–3 มื้อต่อสัปดาห์ รวมประมาณ 225–340 กรัมต่อสัปดาห์ FDA/EPA แนะนำให้เลือกกินปลาดุก ปลาแซลมอน ปลาแอนโชวี ปลาซาร์ดีน ปลาเทราต์ ปลานิล ฯลฯ เนื่องจากปลาเป็นแหล่งของโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะ DHA และ EPA รวมถึงวิตามินดี ธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี และโคลีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของแม่และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์[5] ดังนั้นหญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรเลือกทานปลาตามคำแนะนำ และทานร่วมกับอาหารอื่นๆให้หลากหลาย โดยเมนูปลาควรเลือกเป็นปลานึ่ง อบ ย่าง แทนปลาทอด
หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องคุมน้ำหนักไหม?
หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม เพราะหากมีน้ำหนักเกินหรือต่ำกว่าเกณฑ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ ในหญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินจะเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง และการคลอดก่อนกำหนด ส่วนในหญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์จะเสี่ยงต่อทารกแรกคลอดจะมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์[3] ดังนั้นหากกำลังเตรียมตั้งครรภ์แนะนำให้เลือกทานอาหารที่ดีกับสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม หมั่นออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมร่วมด้วย
เตรียมตั้งครรภ์กินโฟลิกเท่าไหร่?
ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรได้รับกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน กินอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และควรต่อเนื่องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดของท่อประสาททารก ส่งผลต่อการพัฒนาสมองและไขสันหลังของทารก[1] นอกจากนี้ ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรเลือกกินอาหารที่มีโฟเลตตามธรรมชาติ เช่น ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้ เช่น ส้ม เพื่อให้ร่างกายได้รับโฟเลตควบคู่กับวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม การกินอาหารที่มีโฟเลตตามธรรมชาติไม่สามารถใช้ทดแทนการเสริมกรดโฟลิกตามคำแนะนำได้ หากผู้หญิงมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเสริมกรดโฟลิก เพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล[6]
ช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ห้ามกินอะไร?
ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลาที่มีสารปรอทสูง อาหารเสริมวิตามินเอรูปเรตินอลในปริมาณสูง และอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค มีรายละเอียดดังนี้
1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ช่วงเตรียมมีบุตร เนื่องจากอาจเริ่มตั้งครรภ์แล้วแต่ไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ การงดแอลกอฮอล์ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จึงช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการได้รับแอลกอฮอล์ในช่วงแรกของการพัฒนาทารกได้[1]
2. ปลาที่มีสารปรอทสูง
ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงปลาที่มีสารปรอทสูง เช่น ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบ ปลามาร์ลิน ปลาแมคเคอเรลคิง ปลาออเรนจ์รัฟฟี ปลาไทล์ฟิชจากอ่าวเม็กซิโก และปลาทูน่าตาโต เนื่องจากสารปรอทอาจส่งผลต่อพัฒนาการของระบบประสาททารกในครรภ์[5]
3. อาหารเสริมวิตามินเอรูปเรตินอลในปริมาณสูง
ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรระวังการได้รับวิตามินเอรูปพร้อมใช้ (Preformed Vitamin A) เช่น เรตินอล ในปริมาณสูง โดยเฉพาะจากวิตามินและอาหารเสริม เพราะการได้รับวิตามินเอรูปนี้มากเกินไปในช่วงตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดของทารก พ่อแม่ที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรตรวจสอบส่วนประกอบและปริมาณวิตามินเอบนฉลากก่อนใช้อาหารเสริม หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร[7]
4. อาหารดิบ/ปรุงไม่สุก
ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค อาหารดิบหรือปรุงไม่สุก กึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น เมนูลาบก้อย ซอยจุ๊ดิบ ไข่ดิบ หรืออาหารทะเลดองแบบดิบ เป็นต้น เพราะอาหารดิบหรือปรุงไม่สุกนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ควรเลือกเมนูที่ปรุงสุกอย่างทั่วถึง รวมถึงเลือกดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อทุกครั้ง[8]
เตรียมตั้งครรภ์กินกาแฟ ชาเขียว หรือมัทฉะได้ไหม?
ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์สามารถดื่มกาแฟ ชาเขียว หรือมัทฉะได้ ปริมาณคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน[9] ซึ่งใช้เกณฑ์เดียวกับหญิงตั้งครรภ์[9] ไม่ควรกินคาเฟอีนในปริมาณสูงเกิน 500 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจสัมพันธ์กับโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลง[2] แนะนำให้ควบคุมปริมาณคาเฟอีนให้เหมาะสม โดยนับคาเฟอีนทั้งในกาแฟ ชาเขียว มัทฉะ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มอื่นๆที่มีคาเฟอีน อ่านฉลากทุกครั้งเพื่อดูปริมาณคาเฟอีน จะช่วยให้หญิงเตรียมตั้งครรภ์จำกัดปริมาณคาเฟอีนทั้งวันได้อย่างเหมาะสม
ตารางแสดงปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มที่พบบ่อย[10]
| อาหาร/เครื่องดื่ม | ขนาดเสิร์ฟ | คาเฟอีน/เสิร์ฟ (มิลลิกรัม) |
|---|---|---|
| กาแฟดริป (filtered coffee) | 200 มล. | 90 |
| กาแฟสำเร็จรูป (instant coffee) | 200 มล. | 90 |
| เอสเปรสโซ | 60 มล. | 80 |
| กาแฟดีแคฟ | 200 มล. | 4 |
| ชาดำ | 250 มล. | 55 |
| ชาเขียว | 250 มล. | 38 |
| ชาดีแคฟ | 250 มล. | 8 |
| โคล่า | 355 มล. | 37 |
| เครื่องดื่มชูกำลัง | 250 มล. | 80 |
| นมช็อกโกแลตจากผงโกโก้ | 200 มล. | 34 |
| ดาร์กช็อกโกแลต | 14 กรัม (2 ชิ้น) | 7 |
| ช็อกโกแลตนม | 14 กรัม (2 ชิ้น) | 2 |
คอลลาเจนและกลูต้าไธโอนจำเป็นต้องกินก่อนตั้งครรภ์ไหม?
ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ ไม่จำเป็นต้องกินคอลลาเจนหรือกลูต้าไธโอนเสริมเพื่อบำรุงไข่หรือเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่เพียงพอว่าอาหารเสริมทั้งสองชนิดสามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ โดยสมาคม ASRM ระบุว่า ยังมีหลักฐานจำกัดเกี่ยวกับประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระและอาหารเสริมบางชนิดต่อการเพิ่มภาวะเจริญพันธุ์ในผู้หญิงที่ไม่มีความผิดปกติของการตกไข่[2] หากกำลังวางแผนมีลูก แนะนำให้เริ่มจากการกินอาหารให้หลากหลาย สารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มากกว่าการเลือกกินอาหารเสริมเพื่อบำรุงไข่ ส่วนหญิงเตรียมตั้งครรภ์ที่กินคอลลาเจนหรือกลูต้าไธโอนเสริมอยู่ ควรตรวจสอบส่วนประกอบบนฉลาก และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ต่อในช่วงวางแผนตั้งครรภ์[3]
เตรียมตั้งครรภ์กินทุเรียนหรือน้ำมะพร้าวได้ไหม?
หากกำลังเตรียมตั้งครรภ์สามารถกินทุเรียนและดื่มน้ำมะพร้าวได้ในปริมาณที่เหมาะสม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอที่จะบอกว่าการกินทุเรียนหรือดื่มน้ำมะพร้าวในปริมาณปกติช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์หรือทำให้มีบุตรยาก[2] สำหรับทุเรียน ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรกินไม่เกินวันละ 2 เม็ดขนาดกลาง[11] ส่วนน้ำมะพร้าวควรเลือกดื่มน้ำมะพร้าวที่ไม่เติมน้ำตาลในปริมาณไม่เกิน 1 ลูก หรือประมาณ 200–300 มิลลิลิตรต่อวัน[12]
ปิยะดา อาจประจัญ
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
(Registered Dietitian; RD)
ปิยะดา อาจประจัญ
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
(Registered Dietitian; RD)
ปิยะดา อาจประจัญ
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
(Registered Dietitian; RD)
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention. Planning for Pregnancy [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.cdc.gov/
pregnancy/ about/ index.html - Practice Committee of the American Society for Reproductive Medicine. Optimizing natural fertility: a committee opinion. Fertil Steril. 2022;117(1):53-63. Available from: https://www.asrm.org/
practice-guidance/ practice-committee-documents/ optimizing-natural-fertility-a-committee-opinion-2021/ - American College of Obstetricians and Gynecologists. Prepregnancy Counseling. Committee Opinion No. 762 [Internet]. Washington (DC): ACOG; 2019 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.acog.org/
clinical/ clinical-guidance/ committee-opinion/ articles/ 2019/ 01/ prepregnancy-counseling - Stanford Medicine Children’s Health. Nutrition before pregnancy [Internet]. Stanford (CA): Stanford Medicine Children’s Health; [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.stanfordchildrens.org/
en/ topic/ default? id= nutrition-before-pregnancy-90-P02479 - U.S. Food and Drug Administration. Questions & Answers from the FDA/EPA Advice about Eating Fish for Those Who Might Become or Are Pregnant or Breastfeeding and Children Ages 1 to 11 Years [Internet]. Silver Spring (MD): FDA [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.fda.gov/
food/ consumers/ questions-answers-fdaepa-advice-about-eating-fish-those-who-might-become-or-are-pregnant-or - Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About folic acid [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 Sep 18 [cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.cdc.gov/
folic-acid/ about/ index.html - National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Dietary Supplements and Life Stages: Pregnancy—Health Professional Fact Sheet [Internet]. Bethesda (MD): NIH [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://ods.od.nih.gov/
factsheets/ Pregnancy-HealthProfessional/ - Centers for Disease Control and Prevention. Safer Food Choices for Pregnant Women [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2025 Jan 31 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.cdc.gov/
food-safety/ foods/ pregnant-women.html - American College of Obstetricians and Gynecologists. Moderate Caffeine Consumption During Pregnancy. Committee Opinion No. 462 [Internet]. Washington (DC): ACOG; 2010 [cited 2026 Oct 7]. Available from: https://www.acog.org/
clinical/ clinical-guidance/ committee-opinion/ articles/ 2010/ 08/ moderate-caffeine-consumption-during-pregnancy - European Food Information Council (EUFIC). Caffeine levels in different foods and drinks [Internet]. Brussels: EUFIC; 2024 Jul 31 [cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.eufic.org/
en/ ? ACT= 115& path= global%2F pdf%2F caffeine-levels-in-different-foods-and-drinks& size= Letter& orientation= portrait& key= & attachment= 1& compress= 1& filename= caffeine-levels-in-different-foods-and-drinks.pdf& default_font= - กรมอนามัย. กรมอนามัย เผย ทุเรียนให้พลังงานสูง ย้ำควรกินไม่เกิน 2 เม็ดต่อวัน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2564 พ.ค. [เข้าถึงเมื่อ 2569 ต.ค. 8]. เข้าถึงได้จาก: https://multimedia.anamai.moph.go.th/
news/ 130564/ - กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยน้ำมะพร้าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์; 2564 เม.ย. 4 [เข้าถึงเมื่อ 15 ต.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmsc.moph.go.th/
th/ detailAll/ 1698/ nw/ 25 - Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Folic acid: sources and recommended intake [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2026 Jul 15 [cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.cdc.gov/
folic-acid/ about/ intake-and-sources.html - สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ.วี. โปรเกรสซีฟ; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 15 ต.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://nutrition2.anamai.moph.go.th/
web-upload/ 6x22caac0452648c8dd1f534819ba2f16c/ 202101/ m_news/ 9457/ 176096/ file_download/ a72848fb8557732574f6afd877a0a0a3.pdf
คำถามที่พบบ่อย
นมโฟรโมสต์ รสจืด
ผลิตจากนมโคสดแท้ 100%

