พัฒนาการเด็ก
“วัยทอง 2 ขวบ” เป็นคำที่ใช้เรียกช่วงวัยประมาณ 2 ขวบที่เด็กเริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองและความต้องการเป็นอิสระมากขึ้น เช่น อยากเลือก อยากลองทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และอาจปฏิเสธ ร้องไห้ หรืองอแงเมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการ ช่วงวัยนี้มีความหมายใกล้เคียงกับคำภาษาอังกฤษ “Terrible Twos” ซึ่งใช้เรียกช่วงที่เด็กเริ่มแสดงความต้องการเป็นอิสระมากขึ้น[6]
ในช่วงวัยทอง 2 ขวบ คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มเห็นพฤติกรรมอย่างการพูดว่า “ไม่” อยากทำอะไรเอง ไม่พอใจเมื่อถูกห้าม หรือร้องไห้เมื่อต้องหยุดกิจกรรมที่กำลังสนุก[3,6] ความต้องการเป็นตัวของตัวเองของเด็กกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ทักษะด้านภาษาและการควบคุมอารมณ์และการตอบสนองของตัวเองยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา[2,3]
ในมุมมองด้านพฤติกรรม การรับมือกับวัยทอง 2 ขวบจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ลูกหยุดร้องหรือหยุดปฏิเสธ แต่ควรสังเกตว่าพฤติกรรมเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบไหน ลูกกำลังต้องการอะไร และยังต้องการความช่วยเหลือเรื่องใด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกสื่อสารความต้องการได้ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งวางขอบเขตที่ชัดเจนในเรื่องความปลอดภัยและสิ่งที่จำเป็นต้องทำ
วัย 2 ขวบเป็นช่วงที่เด็กมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น เคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น และสื่อสารสิ่งที่ตัวเองต้องการได้มากขึ้น เด็กจึงมักอยากสำรวจ ทดลอง และลองทำหลายอย่างด้วยตัวเอง เช่น ถือแก้วเอง ใส่รองเท้าเอง เลือกของเอง หรืออยากทำกิจกรรมที่ผู้ใหญ่กำลังทำอยู่[2]
เมื่อลูกปฏิเสธหรือไม่ยอมทำบางอย่าง อาจไม่ใช่เพราะลูกตั้งใจดื้อเสมอไป แต่อาจเป็นวิธีที่ลูกใช้บอกว่าไม่อยากทำ หรืออยากมีส่วนในการตัดสินใจด้วยตัวเองมากขึ้น
ในเรื่องที่สามารถให้ลูกมีส่วนเลือกได้ คุณพ่อคุณแม่อาจเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจภายในขอบเขตที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้ เช่น แทนที่จะถามว่า “จะใส่รองเท้าไหม?” ในเวลาที่ต้องออกจากบ้าน อาจพูดว่า “ถึงเวลาใส่รองเท้าแล้ว หนูจะใส่เองหรือให้แม่ช่วย?” การเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกภายในขอบเขตที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้สอดคล้องกับ American Academy of Pediatrics (AAP) ที่แนะนำให้เด็กวัย 2 ขวบมีโอกาสเลือกจากตัวเลือกที่เหมาะสม[2]
เด็กวัย 2 ขวบกำลังเรียนรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ขณะเดียวกัน ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และการตอบสนองของตัวเองยังอยู่ระหว่างพัฒนา และเด็กบางคนอาจยังบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือรู้สึกได้ไม่ชัดเจน คุณพ่อคุณแม่จึงอาจพบพฤติกรรมที่ท้าทาย เช่น ร้องไห้ ทิ้งตัว ดึงของ หรือตีเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ[3]
ในมุมมองของนักวิเคราะห์พฤติกรรม แทนที่จะมองเพียงว่าต้องทำอย่างไรให้การร้องไห้ ทิ้งตัว หรือตีหยุดลง คุณพ่อคุณแม่สามารถลองสังเกตว่า ลูกมักร้องไห้ ทิ้งตัว หรือตีในสถานการณ์แบบไหน ลูกกำลังต้องการอะไร และจะช่วยให้ลูกสื่อสารความต้องการได้ชัดเจนขึ้นอย่างไร
หากลูกมักร้องไห้ ทิ้งตัว หรือตีเมื่อถูกบอกให้หยุดเล่นหรือเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ คุณพ่อคุณแม่สามารถลองทำตาม 3 ขั้นตอนนี้
การรับมือกับวัยทอง 2 ขวบไม่ได้หมายถึงการป้องกันไม่ให้ลูกร้องไห้หรือไม่พอใจทุกครั้ง แต่เป็นการช่วยให้ลูกค่อย ๆ มีวิธีสื่อสาร มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และเรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมภายในขอบเขตที่ชัดเจน คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มได้จากสถานการณ์และกิจวัตรประจำวัน
ตัวเลือกแบบจำกัด (closed choices) คือการให้ลูกเลือกจากตัวเลือกที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจภายในขอบเขตที่ชัดเจน เช่น “เอาแก้วสีฟ้าหรือสีเขียว?” หรือ “หนูจะเดินไปห้องน้ำเองหรือจับมือแม่ไป?”
การให้ลูกเลือกจากตัวเลือกแบบจำกัดจะช่วยให้ลูกได้มีส่วนเลือก ขณะที่ผู้ใหญ่ยังคงขอบเขตของสิ่งที่ต้องทำไว้อย่างชัดเจน เช่น หากถึงเวลาออกจากบ้าน ลูกอาจเลือกได้ว่าจะใส่รองเท้าเองหรือให้ผู้ใหญ่ช่วย แต่การออกจากบ้านยังเป็นสิ่งที่ต้องทำ การให้ลูกเลือกจากตัวเลือกแบบจำกัดสอดคล้องกับแนวทางของ AAP ที่แนะนำให้เด็กวัย 2 ขวบมีโอกาสเลือกจากตัวเลือกที่เหมาะสม[2]
งานวิจัยด้านพฤติกรรมในเด็กก่อนวัยเรียนยังพบว่า เด็กส่วนใหญ่ในงานวิจัยเลือกสถานการณ์ที่ตนเองมีโอกาสเลือก มากกว่าสถานการณ์ที่ไม่ได้มีโอกาสเลือก[5]
เมื่อลูกใช้การดึงมือ ร้อง หรือเอื้อมไปหยิบสิ่งของเพื่อบอกความต้องการ ผู้ใหญ่สามารถพูดเป็นแบบอย่างสั้น ๆ ตามระดับภาษาของลูก เช่น “ช่วยหน่อย” “เปิด” หรือ “เอาอีก” รวมถึงใช้ท่าทางประกอบได้หากลูกยังสื่อสารด้วยคำพูดได้ไม่มาก
ตัวอย่างการพูดเป็นแบบอย่างให้ลูกสื่อสารความต้องการ: หากลูกยื่นกล่องของเล่นที่เปิดเองไม่ได้ให้ผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่อาจพูดว่า “เปิด” หรือ “ช่วยหน่อย” ก่อนช่วยลูก เพื่อให้ลูกได้ยินวิธีสื่อสารที่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์คล้ายกันครั้งต่อไป
เป้าหมายของการพูดเป็นแบบอย่างให้ลูกไม่ใช่การบังคับให้ลูกพูดตามก่อนจึงจะได้รับความช่วยเหลือ แต่เป็นการช่วยให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้วิธีสื่อสารความต้องการให้คนรอบตัวเข้าใจ และนำไปใช้ได้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ
เมื่อลูกพยายามสื่อสาร ช่วยเหลือตัวเอง หรือให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม คุณพ่อคุณแม่สามารถตอบสนองด้วยคำชมและความสนใจเชิงบวก เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่อยากเห็นเกิดขึ้นบ่อยขึ้น[2]
คำชมไม่จำเป็นต้องยาวหรือซับซ้อน คุณพ่อคุณแม่อาจบอกให้ชัดว่ากำลังชมเรื่องอะไร เช่น “แม่ชอบที่หนูเอาแก้วไปเก็บเองนะ” หรือ “พ่อชอบที่หนูบอกให้ช่วยนะ” พร้อมใช้น้ำเสียงที่อบอุ่น สีหน้ายิ้มแย้ม และความสนใจเชิงบวกกับลูก
การปฏิเสธ อยากทำอะไรด้วยตัวเอง หรือร้องไห้เมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการเป็นพฤติกรรมที่สามารถพบได้ในวัย 2 ขวบ แต่ วัยทอง 2 ขวบไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการมองข้ามข้อกังวลด้านพัฒนาการ หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวล พบว่าทักษะสำคัญตามช่วงวัยยังไม่เริ่มเกิดขึ้น หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูกสูญเสียทักษะที่เคยทำได้ ควรพูดคุยกับกุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ และสอบถามเกี่ยวกับการคัดกรองหรือการประเมินเพิ่มเติม[1]
รายการพัฒนาการตามวัยมีไว้เพื่อช่วยเฝ้าสังเกตพัฒนาการ ไม่ได้ใช้สำหรับวินิจฉัย คุณพ่อคุณแม่จึงไม่จำเป็นต้องรอให้มีข้อกังวลหลายด้านพร้อมกันก่อนขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ[1]
ปรัชญาวนิช
โฆตะวาณิชย์
ศษ.ม. สาขาการศึกษาพิเศษ,
นักวิเคราะห์พฤติกรรมที่ได้รับการรับรอง (BCBA)
ปรัชญาวนิช
โฆตะวาณิชย์
ศษ.ม. สาขาการศึกษาพิเศษ,
นักวิเคราะห์พฤติกรรม
ที่ได้รับการรับรอง (BCBA)
ปรัชญาวนิช
โฆตะวาณิชย์
ศษ.ม. สาขาการศึกษาพิเศษ,
นักวิเคราะห์พฤติกรรมที่ได้รับการรับรอง (BCBA)
กดใส่ตะกร้าเลย! รับส่วนลดทันที 20 บาทต่อลัง สำหรับโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 รสจืด ขนาด 180 มล.
สะสมยอดซื้อ เพิ่มระดับสมาชิก รับส่วนลดเพิ่มเติมพิเศษแบบจัดเต็ม
220 ออเดอร์แรก เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,990.- รับฟรี! โอเมก้า สมาร์ท นักประดิษฐ์ โต๊ะนักสำรวจ มูลค่า 890.-
สมาชิกสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ที่หน้าชำระเงิน เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป