พัฒนาการเด็ก
การพัฒนาสมองในแต่ละช่วงวัยของเด็ก การได้รับสารอาหารที่เหมาะสม มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมบูรณ์แก่ลูกน้อย เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยมีความฉลาดทั้งทางความคิด(IQ) ความฉลาดทางอารมณ์(EQ) และสามารถบริหารจัดการตนเอง(EF) รับมือกับสถานการณ์ต่างๆรอบตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งสารอาหารสำคัญ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมองและระบบประสาท ได้แก่ DHA, สฟิงโกไมอีลิน, Omega 3 6 9, MFGM , วิตามินบี12 และโคลีน
จากการวิจัยพบว่า โอกาสทองที่จะสร้างพัฒนาการทางสมองให้แก่ลูกน้อย คือ 1,000 วันแรกของชีวิต จากงานวิจัยพบว่า 85% ของสมองของเด็กจะถูกพัฒนาในช่วง 4 ขวบแรก เมื่อเทียบกับสมองของผู้ใหญ่ และมีการสร้างโครงร่างเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทที่รวดเร็ว 1ล้านเซลล์ประสาทต่อวินาที[9][10] ดังนั้นการได้รับสารอาหาร DHA, สฟิงโกไมอีลิน, Omega 3 6 9, MFGM , วิตามินบี12 และ โคลีน เหล่านี้อย่างเพียงพอ ตั้งแต่ช่วงแรกของวัยเด็ก จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเด็กอย่างสมบูรณ์
MFGM (Milk Fat Globule Membrane) เป็นโครงสร้างที่ประกอบด้วยโปรตีนและไขมันหลายชนิด การที่ได้รับ MFGM อย่างเพียงพอในวัยเด็กตอนต้นจึงมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองและระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก[5] โดยประโยชน์ของ MFGM คือ ส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและการรับรู้ เสริมสร้างเส้นใยประสาทและการส่งเชื่อมต่อของเซลล์สมอง ทำให้มีพัฒนาทางสมองที่ดีขึ้นและการทำงานของระบบประสาทที่ดีขึ้น ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยทั้งระดับ IQ, EQ และ EF ที่ดีขึ้น จากงานวิจัยพบว่าการได้รับ MFGM ที่เพียงพอในช่วงต้นของชีวิตจะมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของเด็กที่ดีขึ้นเมื่ออายุ 5.5 ปี[6]
สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมองและระบบประสาทของเด็ก โดยเป็นส่วนประกอบหลักของเยื่อหุ้มไมอีลินที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท สนับสนุนการพัฒนาทางปัญญา ความจำ และการเรียนรู้[7] นอกจากนี้ยังช่วยเสริมระบบประสาท โดยเป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทที่ส่งเสริมการทำงานของสมองอย่างมีประสิทธิภาพ
วิตามินบี12 (Cobalamin) จะช่วยในการสังเคราะห์ DNA การแบ่งเซลล์ และการสร้างปลอกไมอีลิน ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางปัญญา ทักษะด้านภาษา และการสื่อสาร นอกจากนี้ วิตามินบี12 ยังมีส่วนช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและป้องกัน ภาวะโลหิตจาง ดังนั้น การได้รับวิตามินบี12 อย่างเพียงพอจึงจำเป็นต่อพัฒนาการทางสมอง โดยรวมของเด็ก[8]
สรุปความสัมพันธ์ในการทำงานของสารอาหารในการพัฒนาสมอง การทำงานของระบบประสาทและความสามารถในการเรียนรู้ ได้ดังนี้
จะเห็นได้ว่าสารอาหารทั้งหมดจะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาและปกป้องสมองโดยเฉพาะในด้านโครงสร้างเซลล์ประสาท การสื่อสารของเซลล์สมอง และการส่งสัญญาณประสาท ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ สมาธิ และการทำงานของระบบประสาทโดยรวม
สรุป พัฒนาการสมองในเด็ก ควรได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก่อน 4 ขวบปีแรก เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมองที่สมบูรณ์แก่ลูกน้อย โดยเฉพาะสารอาหารสมอง ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการสมองและระบบประสาท ได้แก่ DHA, สฟิงโกไมอีลิน, Omega 3 6 9, MFGM , วิตามินบี12 และโคลีน ดังนั้นเวลาคุณพ่อคุณแม่ จะเลือกนม UHT เสริมสารอาหารให้กับลูก ควรคำนึงถึงนม UHT ที่มีการเติมสารอาหารหลากหลาย มีปริมาณที่สูงเพียงพอ และรับประทานอาหารหลักให้ครบ 5 หมู่ เพื่อพัฒนาการที่เติบโตแข็งแรงตามช่วงวัย
เขียนโดย:
แพทย์หญิงวรรณภา ปูรณวัฒนกุล
กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์
เขียนโดย:
แพทย์หญิงวรรณภา
ปูรณวัฒนกุล
กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์
1. Susan E Carlson, John Colombo. DHA and Cognitive Development. J Nutr.2021 Sep 29;151(11):3265-3266
2. Connye N Kuratko, Erin Cernkovich Barrett , et al. The relationship of Docosahexaenoic Acid with Learning and behavior in healthy children. Nutrients 2013 Jul 19;5(7):2777-2810
3. Global Recommendations for EPA and DHA intake (Rev 19 November 2014)
https://www.issfal.org/assets/globalrecommendationssummary19nov2014landscape_-3-.pdf
4. Sandra L Huffman, Rajwinder K Harika, et al. Essential fats : how do they affect growth and deveof infants and young children in developing countries? .Matern Child Nutr.2011.
5. Olle Hernell,Niklas Timby, et al. Clinical Benefits of Milk Fat Globule Membrane s for Infants and children. Journal of pediatrics.2016
6. John Colombo, Chery L.Harris MS, et al. Improved Neurodevelopmental Outcomes at 5.5 years of age in children who received bovine milk fat globule membrane and Lactoferrin in infant formular through 12 months. The Journal of Peddiatrics,2023.
7. Nora Schneider, Jonas Hauser, et al .Sphingomyelin in Brain and Cognitive Development. eNeuro.2019
8. Sudha Venkatramanan, Llianna E Armata, et al.Vitamin B-12 and cognition in children. AAdv Nutr.2016
9. First Things First. (2025). Brain development: 90% of brain growth happens before kindergarten. https://www.firstthingsfirst.org/early-childhood-matters/brain-development/
10. Christina J. Valentine.Nutrition and the developing brain. Pediatric Research (2020) 87:190–191.
11. Chi Nguyen, Hsiang -Ting Lei, et al. Lipid flipping in the omega-3 fatty -acid transporter. Nature Communications (2023)14:2571
12. Sean CL Deoni, Jennifer Beauchemin, et al. Enhanced brain myelination and cognitive Development in young children associated with Milk Fat Globule Membrane (MFGM) intake. Nationale Institutes of Health. 2024
13. Derbyshire, Emma, and Rima Obeid. 2020. “Choline, Neurological Development, and Brain Function: A Systematic Review Focusing on the First 1000 Days.” Nutrients 12 (6): 1731.
พัฒนาการเด็ก
พัฒนาการเด็ก
พัฒนาการเด็ก
สะสมยอดซื้อ เพิ่มระดับสมาชิก รับส่วนลดเพิ่มเติมพิเศษแบบจัดเต็ม
360 ออเดอร์แรก เมื่อซื้อสินค้าครบ 999.- รับฟรี! Omega Smart Play Magnetic Dart โอเมก้าเกมปาเป้าแม่เหล็กเสริมการเรียนรู้ มูลค่า 299.- เฉพาะวันที่ 16 - 30 มิ.ย. 69 เท่านั้น
สมาชิกสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ที่หน้าชำระเงิน เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป