Home / แบบฟอร์ม / วิธีรับมือ ลูกกินยาก ลูกไม่ยอมดื่มนม ปัญหาชวนปวดหัวของแม่ๆ
วิธีรับมือ ลูกกินยาก ลูกไม่ยอมดื่มนม ปัญหาชวนปวดหัวของแม่ๆ
วิธีรับมือ ลูกกินยาก ลูกไม่ยอมดื่มนม ปัญหาชวนปวดหัวของแม่ๆ

วิธีรับมือ ลูกกินยาก ลูกไม่ยอมดื่มนม ปัญหาชวนปวดหัวของแม่ๆ

นม ไม่เพียงอร่อยแต่ยังมีสารอาหารที่จำเป็น

นม จัดเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่มีคุณค่าสำหรับเด็กและคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยเด็กที่เป็นช่วงในการเริ่มต้นเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีทั้งด้านสมอง อารมณ์และการเจริญเติบโตของร่างกาย คุณค่าทางโภชนาการ ในน้ำนม อุดมไปด้วยสารอาหารหลัก อาทิโปรตีน กรดอะมิโนจำเป็น ไขมัน กรดไขมันโอเมก้า 3, 6 และ 9 และคาร์โบไฮเดรต รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ เช่น แคลเซียม วิตามินดี ฟอสฟอรัส  วิตามินบี  ไอโอดีน ธาตุเหล็ก เป็นต้น

ทำไม? เด็กในวัยเรียนจึงจะต้องดื่มนมให้เพียงพอในแต่ละวัน

เด็กวัยเรียน คือเด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 6-12 ปี อาหารของเด็กวัยนี้ควรได้ครบทั้ง 5 หมู่ และกินหลากหลายให้ครบ 3 มื้อ ความต้องการโปรตีนของเด็กวัยเรียนจะมากกว่าผู้ใหญ่ 1 เท่าตัว โดยเฉพาะในระยะก่อนเข้าสู่วัยรุ่น ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2-3 กล่อง นอกจากจะให้โปรตีน กรดอะมิโนจำเป็นที่เพียงพอแล้ว ก็ยังช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอต่อการสร้างกระดูกและฟันด้วย และยังมีโอเมก้า 369 ที่จะช่วยให้เด็กสามารถเจริญเติบโตและมีพัฒนาการได้เต็มศักยภาพตามวัย ไม่ว่าจะทางสมอง ร่างกาย จิตใจ ความคิด การใช้ภาษาและการแก้ปัญหา รวมไปถึงอารมณ์ อย่างไรก็ตาม เด็กวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และสังคม ในขณะเดียวกันเด็กวัยนี้ มักติดเล่น ติดเพื่อน บ้างก็เริ่มติดเกมส์ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็ก ที่เลือกกินมากขึ้น หรือกินขนมที่อาจทำให้ได้รับสารอาหารน้อยกว่าที่ควร หากขาดสารอาหารที่จำเป็น ก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เจ็บป่วยบ่อย เฉื่อยชา เหม่อลอย การเรียนรู้ช้ากว่าปกติ ความจำไม่ดี ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนต่ำ สมรรถภาพในการทำกิจกรรมและเล่นกีฬาต่ำ ซึ่งหากพัฒนาการในวัยนี้หยุดชะงักจะส่งผลต่อการเข้าสู่ระยะวัยรุ่น อาจกลายเป็นปัญหาของเด็กต่อไปในอนาคต

เทคนิคเพื่อให้ลูกดื่มนมได้มากขึ้น

เรามาลองใช้วิธีเหล่านี้รับมือกับพวกเขากันค่ะ

  1. งดกินขนมก่อนถึงมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพราะอาจจะทำให้ลูกกินได้น้อยลง
  2. ฝึกวินัยในการกินอาหารให้ตรงเวลา และใช้เวลากับการกินในมื้อนั้นๆ ให้พอดี ไม่ปล่อยให้นานจนเกินไป
  3. ลองเปลี่ยนรสชาติของนมเป็นรสชาติที่เด็กๆ ชอบ เช่น รสช็อกโกแลตเข้มข้น หรือรสอื่นๆ ที่มีปริมาณน้ำตาลไม่สูงจนเกินไปและมีโอเมก้า และแคลเซียมสูง ที่เหมาะสำหรับเด็กวัยเรียน เช่นนมโฟร์โมสต์ช็อกโกแลต ที่ผสมผงโกโก้แท้ ทำให้มีรสชาติที่อร่อย ดื่มง่าย และยังอุดมไปด้วยสารอาหารธรรมชาติจากนม เช่น โอเมก้า 3, 6 และ 9 ช่วยในการบำรุงสมอง พัฒนาระบบประสาท พร้อมแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณแม่ๆ
  4. แปรรูปอาหาร เปลี่ยนนมให้เป็นขนม เช่น ใช้นมหรือผลิตภัณฑ์นมไปพัฒนาสูตรอาหารเมนูพิเศษๆ, นำนมรสช็อกโกแลตไปแช่แข็งแล้วขูดทำเป็นไอศครีม หรือนำนมรสชาติเทใส่พิมพ์น้ำแข็ง แช่ช่องฟรีส พอเป็นน้ำแข็งราดด้วยนมสด เป็นต้น
  5. ชวนลูกออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน เช่น รดน้ำต้นไม้ วิ่งเล่น ฯลฯ เพราะเมื่อมีการใช้พลังงานประกอบกับอารมณ์แจ่มใสร่าเริง ก็จะช่วยให้เด็กมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น ดื่มนมได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวได้อีกด้วย

เอกสารอ้างอิง

  • ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. คู่มือสําหรับพ่อแม่เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอนเด็กวัยเรียน 6-12 ปี. ปี 2560.
  • https://th.theasianparent.com/