Origin of foremost milk

Hello, friends. Foremosts, we used to wonder. Is it true that foremosts were born? How, when, and before becoming a known foremost like today, what has the company been through? Today, the team will share with you.

History of Foremost Milk

1956 Foremost Dairy Food (Bangkok) Co., Ltd. was established on August 10 to produce and distribute ice cream products in the trade name "Foremost Ice Cream", located at 99/30 Moo 2. Chaengwattana Road, Thung Song Khlong Laksi, Bangkok 10210

1967 Phra Nakhon Milk Industries Co., Ltd. was established on June 28 with a registered capital of 20 million baht. Started building a factory in Samut Prakan province. Located at 89/2 Moo 8 Soi Wat Suan Som Pu Chao SingPrai Road Samrong Tai, Phra Pradaeng, SamutPrakarn 10130

1969 April Started producing and arranging sweetened condensed milk and unsweetened condensed milk with a production capacity of 1.4 million chests per year.

In 1971, it expanded its production capacity to 1.8 million chests per year.

In 1978, it began producing exports to foreign countries including Singapore, Hong Kong, Taiwan, Laos, Sri Lanka and Pakistan.

1980 Acquisition of Alaska Milk Industry Ltd.

1984 June starts selling READY-TO-DRINK milk UHT

1985 Phra Nakhon Dairy Industry Co., Ltd. changed its name to Foremost Friesland (Thailand) Co., Ltd.

Foremost History and Vision

1992 Foremost Dairy Food (Bangkok) Co., Ltd. sold its ice cream business to Unilever.

1993 January strat selling UHT products "OWANTIN"

1999 HACCP Certified by SGS THAILAND

In 2004, the company switched to Royal Friesland Foods on July 14 and released "Omega 3" products to market.

2005 May Foremost Friesland (Thailand) Public Company Limited Change the registration name to Friesland Foods Foremost (Thailand) Public Company Limited.

In August, Calcimex Beautiva was released, and in November, Foremost became the first company in the dairy business to receive ISO 22000:2005 from SGS Thailand.

Friesland Foods merged with Campina, setting up Dairy CooperativeFrieslandCampina and The RoyalFrieslandCampina to expand its production base and distribute it globally.

2009: Opened a grand modern raw milk reception facility at Samrong Factory.

2011 May Friesland Foods Four Most (Thailand) Public Company Limited Change the name registered to FrieslandCampina (Thailand) Public Company Limited and May Foremost Dairy Food (Bangkok) Co., Ltd. change the registration name to FrieslandCampina Fresh (Thailand) Co., Ltd. in accordance with the policies of the parent company in the Netherlands.

FrieslandCampina
Milk Production Process

Milk Production Process

     กระบวนการผลิตนมมีผลต่อคุณประโยชน์ของนมจริงหรือ? อะไรคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญในการผลิตนมกันแน่? หนึ่งในวิธีการแบ่งประเภทนมโคพร้อมดื่ม คือการแยก ตามกระบวนการให้ความร้อน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ นมสเตอริไลซ์ (sterilized milk) ที่มีการให้ความร้อนในระดับสูงสุด ตามด้วย นมยูเอชที (UHT milk) และนมพาสเจอไรซ์ (pasteurized milk) ซึ่งกระบวนการให้ความร้อนถือเป็นกระบวนการสำคัญในการเก็บรักษานม เนื่องจากเป็นการทำลายจุลินทรีย์ทั้งที่ก่อให้ เกิดโรค และจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย เพราะนมเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเหมาะแก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ จึงต้องการความร้อนที่ทำลายจุลินทรีย์และเอนไซม์ต่างๆ เพื่อให้นมนั้นมีคุณภาพ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค นมสเตอริไลซ์มีมักอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระป๋องโลหะ และมีอายุการเก็บได้นานถึง 12 เดือน อย่างไรก็ดีถึงแม้จะมีอายุการเก็บนานที่สุด แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิที่สูงเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีการเปลี่ยน แปลงในรสชาติ สี และสูญเสียวิตามินบางชนิด นมยูเอชที มีการให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงแต่ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า ดังนั้นการสูญเสียวิตามินจะมีเพียงเล็กน้อยอย่างไม่มีนัยสำคัญมีอายุการเก็บประมาณ 6-8 เดือน นมพาสเจอร์ไรซ์ มีการให้ความร้อนที่ระดับต่ำและมีอายุการเก็บต่ำที่สุดประมาณ 10 วัน โดยต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ข้อดีของการให้ความร้อนในระดับนี้คือรสชาติและสีของนมจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ทั้งนั้นการสูญเสียวิตามินจะมีเพียงเล็กน้อยเช่นเดียวกับนมยูเอชที จะเห็นได้ว่ากระบวนการผลิตนมนั้นสำคัญเพราะความร้อนจากการผลิตนั้นจำเป็นมากต่อการทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคและทำให้อาหารเสื่อมเสีย อีกทั้งการควบคุมคุณภาพของการผลิตเองล้วนมีผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของนม ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่านมนั้นปลอดภัยมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน และมีคุณภาพมาตรฐานที่ดีสำหรับผู้บริโภคผู้ผลิตนมจึงควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิต ที่จะทำให้คงคุณค่าทางสารอาหารพร้อมทำลายจุลินทรีย์ และเอนไซม์ที่ไม่จำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ