เปิดสูตรลับ สุดยอดสารอาหาร เสริมพัฒนาการสมองลูกน้อยให้เหนือกว่า
เปิดสูตรลับ สุดยอดสารอาหาร เสริมพัฒนาการสมองลูกน้อยให้เหนือกว่า

เปิดสูตรลับ สุดยอดสารอาหาร เสริมพัฒนาการสมองลูกน้อยให้เหนือกว่า

สมองของลูกน้อยจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 1,000 วัน หรือ 3 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการเรียนรู้ ความจำ และการคิดวิเคราะห์ การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้จึงมีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตของสมอง ซึ่ง 3 สารอาหารสำคัญที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับการเสริมพัฒนาการทางสมองคือ DHA, สฟิงโกไมอีลิน และ วิตามิน บี12 การทำงานร่วมกันเปรียบเสมือนการรวมตัวกันของ ‘ทีมวิศวกรสมอง’ ที่ช่วยทั้งในด้านโครงสร้างและการสื่อสารของระบบประสาท

ทีมวิศวกรสมอง DHA สฟิงโกไมอิลิน วิตามิน บี12

ทำความรู้จัก DHA สุดยอดสารอาหารสมอง

DHA เป็นกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า-3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ [1] และเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์สมองและจอประสาทตา ซึ่งมีส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างเซลล์สมองกว่า 40% และเซลล์จอประสาทตากว่า 60% ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากเพราะเป็นระบบประสาทที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณต่าง ๆ ของเซลล์ด้วยกัน [1,2] และมีงานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า DHA มีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านการเรียนรู้ ความจำ และการมองเห็นในเด็ก [1,2] อย่างไรก็ตาม DHA เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่มีความไวต่อการเกิดออกซิเดชันสูง จึงอาจเสื่อมสภาพได้ง่ายจากแสง ความร้อน และออกซิเจน ทั้งในกระบวนการผลิต การเก็บรักษา และระหว่างการย่อยอาหาร หาก DHA เสื่อมสภาพก่อนถูกดูดซึม ปริมาณ DHA ที่ร่างกายได้รับจริงอาจลดลง

ดูดซึมได้ดีกว่าด้วย Encapsulated DHA

ดูดซึมดีกว่าด้วยนวัตกรรม... Encapsulated DHA ที่เหนือกว่า

Encapsulated DHA หรือการห่อหุ้ม DHA ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยปกป้องโครงสร้างของ DHA ให้คงตัวมากขึ้น หลักการของการห่อหุ้มคือการสร้างชั้นป้องกันรอบ DHA ด้วยสารห่อหุ้ม (shell) เช่น โปรตีน ฟอสโฟลิปิด หรือโครงสร้างอิมัลชันขนาดเล็ก ซึ่งช่วยลดการสัมผัสกับออกซิเจนและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพ [3,4,5]

กลไกของ Encapsulated DHA เป็นไขมันที่ถูกจัดเรียงในลักษณะที่เอื้อต่อการย่อยและดูดซึมของเด็กเล็กที่จำเป็นการสร้างโครงข่ายประสาทและการมองเห็น ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้าง Milk Fat Globule Membrane (MFGM) ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างไขมันแบบมีเยื่อหุ้มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและการดูดซึมเพื่อนำกรดไขมันไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย และยังช่วยสร้างเยื่อหุ้มเซลล์สมองและไมอีลิน ทำให้การส่งสัญญาณประสาทเร็วขึ้น [6]

สฟิงโกไมอีลิน และ วิตามิน บี12 ส่วนสำคัญของระบบประสาท

นอกจาก DHA แล้ว สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของปลอกไมอีลินในระบบประสาท ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ งานวิจัยระบุว่าสฟิงโกไมอีลินจากอาหารอาจมีบทบาทต่อการพัฒนาโครงสร้างสมอง พฤติกรรม และการเรียนรู้ในวัยเด็ก [7,8,9] ขณะเดียวกัน วิตามิน บี12 มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง การสังเคราะห์ดีเอ็นเอ และการทำงานของระบบประสาท โดยเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างและคงสภาพของปลอกไมอีลิน การขาดวิตามิน บี12 ในวัยเด็กอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางระบบประสาทในระยะยาว [11,12]

สรุป

การที่มี สฟิงโกไมอีลิน และ วิตามิน บี12 เข้ามาเสริม จะช่วยให้ DHA ทำงานได้ “เต็มประสิทธิภาพ” มากขึ้นผ่านกลไกหลักๆ เปรียบเสมือนการสร้าง “ทางด่วนส่งสัญญาณ” ที่สมบูรณ์ ช่วยสนับสนุนพัฒนาการของสมอง ระบบประสาท และการเจริญเติบโตของเด็กในช่วงวัยเริ่มต้นได้อย่างรอบด้าน

แพทย์หญิงวรรณภา-ปูรณวัฒนกุล

แพทย์หญิงวรรณภา
ปูรณวัฒนกุล

เขียนโดย:

กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์

แพทย์หญิงวรรณภา-ปูรณวัฒนกุล

แพทย์หญิงวรรณภา
ปูรณวัฒนกุล

กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด
และปริกำเนิด
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์
อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์

แพทย์หญิงวรรณภา-ปูรณวัฒนกุล
เขียนโดย:

แพทย์หญิงวรรณภา
ปูรณวัฒนกุล

กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์

เอกสารอ้างอิง

1. Koletzko, B., et al. (2020), Long-chain polyunsaturated fatty acids (LC-PUFA) and DHA in infant nutrition. Nutrients, 12(1), 248.

2. Innis, S. M. (2014). Impact of maternal diet on human milk composition and neurological development of infants. American Journal of Clinical Nutrition, 99(3), 734S–741S.

3. McClements, D. J., & Xiao, H. (2012). Potential biological fate of ingested nanoemulsions: Influence of particle characteristics. Food & Function, 3(3), 202–220.

4. Augustin, M. A., & Hemar, Y. (2009). Nano- and micro-structured assemblies for encapsulation of food ingredients. Food Biophysics, 4, 1–15.

5. Taneja, A., et al. (2019). Encapsulation strategies to improve stability and delivery of omega-3 fatty acids. Food Chemistry, 276, 646–658.

6. Gallier, S., et al. (2015). Milk fat globule membrane structure and digestive behavior. Journal of Dairy Science, 98(9), 6096–6110.

7. Tanaka, K., et al. (2023). Dietary sphingomyelin and its role in myelination and brain development. Trends in Food Science & Technology, 134, 1–10.

8. Oshida, K., et al. (2019).Dietary sphingomyelin intake improves cognitive development in early life. eNeuro, 6(4), ENEURO.0421-18.2019.

10. Heaney, R. P. (2009).Calcium intake and bone health in children. Journal of the American College of Nutrition, 28(1), 82–90.

11. Goldenberg, R. L., et al. (2011). Vitamin B12 deficiency and neurological development in infants. Pediatrics, 128(4), 657–664.

12. Dror, D. K., & Allen, L. H. (2008). Effect of vitamin B12 deficiency on neurodevelopment. Food and Nutrition Bulletin, 29(2 Suppl), S87–S105.

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม

Share

สะสมยอดซื้อ เพิ่มระดับสมาชิก รับส่วนลดเพิ่มเติมพิเศษแบบจัดเต็ม

เมื่อซื้อสินค้าครบ 3,500.- รับฟรี! โอเมก้าชุดเปียโนในฝัน มูลค่า 890.- เฉพาะวันที่ 1 – 14 เม.ย. 69 เท่านั้น

สมาชิกสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ที่หน้าชำระเงิน เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป